
หลังจากเคยอ่านมาแล้วรอบนึง แต่ถอดใจตอนอ่านไปได้ 100 กว่าหน้า ก็กลับมาตั้งใจอ่าน Kafka อีกทีเพราะว่าก่อนหน้านี้อ่านเรื่อง after the quake จบไปอย่างง่ายๆ จึงทำให้หวนนึกถึงเรื่องเก่าๆ ของมุราคามิ ที่เคยหยิบมาอ่านแล้วอ่านไม่จบ สาเหตุก็เพราะว่า อ่านตอนที่ไม่ค่อยมีสมาธิ ประกอบกับเนื้อเรื่องของมุราคามิหลายๆ เล่ม อ่านแล้วไม่สามารถจับประเด็นได้ ทำให้เวลาอ่านๆ หยุดๆ กลับมาอ่านอีกทีก็จะงงๆ ว่าอ่านไปถึงไหน ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์อะไร เลยเลิกอ่านไปดื้อๆ ซะงั้น
แต่พอได้กลับมาอ่านอีกรอบ คราวนี้กลับอ่านแล้วลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ กับ Kafka on the shore หรือชือภาษาไทยว่า “คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ” ที่แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ ที่แปลหลายๆ เรื่องของมุราคามิด้วยสำนวนที่ชวนอ่านมากๆ แม้จะอ่านได้ช้า ต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆ เพราะว่ามีหลายๆ อย่างที่ต้องทำ แต่ครั้งนี้ไม่มีถอดใจกลางคัน…
จะถามว่าอ่านเรื่องนี้แล้วได้อะไรบ้าง? ตอบออกมาเป็นรูปธรรมไม่ได้เหมือนกัน… เพราะจับใจความของเรื่อง หรือประเด็นอะไรไม่ได้เลย หรือได้ก็คงน้อยมากๆ แต่ที่ได้ก็คงจะเป็นการจินตนาการตามเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ คิดถึงฉากต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ห้องสมุดของมิสซาเอกิที่คาฟกาทำงาน, บ้านพักกลางหุบเขาที่คาฟกาไปอาศัย หรือห้องพักในห้องสมุดที่มีเรื่องราวๆ ต่างๆ เกิดขึ้นในห้องนี้ ตัวละครต่างๆ ที่มีบุคลิกที่แปลกแยก แตกต่าง อย่างสุดโต่ง นาคาตะ คนแก่ที่คุยกับแมว คุยกับศิลาเบิกทวารได้, อิซุมิ คนเฝ้าห้องสมุดที่มีลักษณะทางเพศที่สับสน, มิสซาเอกิ ผู้ที่ชีวิตได้หยุดไว้ที่วัย 20, โฮชิโนะ คนขับรถบรรทุกผู้แหกชีวิตที่แสนธรรมดา ร่วมเดินทางอันแปลกประหลาดกับนาคาตะ รวมไปถึงตัวละครอื่นๆ ที่พูดถึงชื่อแล้วจะงงว่ามาได้ไงอย่าง จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ , ผู้พันแซนเดอร์ (continue reading…)