20th Century Boys 2 : The Last Hope
Posted Mar.27, 2009 in My Diary, Watch
และแล้วหนังภาคต่อที่รอคอยก็ให้ได้ดูกันอีกที ด้วยความใจดีของ Kapook ที่จัดฉาย 20th Century Boys 2 : The Last Hope รอบพิเศษให้ชาว bloggers ที่ส่วนใหญ่เล่น twitter กันได้ดูกันฟรีๆ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากดู 20th Century Boys ภาคแรก มาแล้ว ต้องขอขอบคุณ @OaddybeinG, @DearAnnie และ @iwhale และทีมงานของกระปุกทุกคนที่จัดฉายหนังเรื่องนี้ให้ดูกันอีก รวมถึงการอำนวยความสะดวกต่างๆ หน้างาน
สำหรับเนื้อเรื่องภาคนี้จะเป็นเหตุการณ์หลังจาก “วันส่งท้ายปีเก่านองเลือด” ในปี 1999 ที่เคนจิ โอตโจะ และเพื่อนๆ ถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ก่อการร้ายปล่อยไวรัสคร่าชีวิตคนทั่วโลก และ “เพื่อน” ได้สวมบทบาทเป็นผู้กู้โลกจากการก่อการร้ายของกลุ่มของเคนจิ จนได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก และองค์กรเพื่อนก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการชักจูงโลกให้เป็นไปตามแนวทางที่ “เพื่อน” ต้องการ และได้วางแผนที่จะทำลายล้างโลกด้วยแผนการตาม “คำทำนายใหม่” ที่เพื่อนได้วางแผนไว้ และในปี 2015 ก็เป็นปีที่ “เพื่อน” ได้เขียนทำนายไว้ว่าจะมีพระเจ้าคนใหม่กำเนิดขึ้นมา
กลุ่มเพื่อนเคนจิ ที่รอดชีวิตจากคืนมหัตภัยสิ้นปี 2000 เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ค่อยๆ เผยตัว โอตโจะ ติดคุก ซึ่งเขาใช้เวลานาน จนแหกคุกได้สำเร็จ ,โยชิซึเนะ กลายเป็นผู้นำกลุ่มใต้ดินที่ต่อต้านเพื่อน , มารุโอะ กลายเป็นบุคคลสำคัญที่รอคอยเวลาจะกลับมา ,โมจัง กำลังสืบค้นเกี่ยวกับ “คำทำนายใหม่” เมื่อคันนะ (หลานสาวของเคนจิ) ได้รวมกับผองเพื่อนเคนจิเพื่อกระชากหน้ากากของเพื่อนออกมา และสืบหาข่าวคราวของแม่ที่หายสาบสูญไป เหตุการณ์ในภาคนี้จะเป็นงาน Expo 2015 เป็น theme หลักของเรื่อง
ความรู้สึกรวมๆ กับ 20th Century Boys 2 : The Last Hope
เมื่อได้ดูเรื่องนี้จบก็จะรู้สึกเหมือนภาคแรกคือ เนื้อเรื่องเยอะมาก ตัวละครหลากหลายจนยัดเข้าไปหนังภาคนี้ได้ไม่หมด ทำให้คนที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อน อาจจะงงกับการสลับฉากไปมา การเปลี่ยนฉากโดยมีเรื่องของเวลาเป็นจุดสำคัญ แต่เนื้อเรื่องหลักๆ ของภาคนี้ก็ยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ครบถ้วนดี โดยไม่รู้สึกว่าเสียอรรถรสสำหรับคนอ่านการ์ตูนมาแล้ว หรือสำหรับคนไม่ได้อ่านมาก็น่าจะเข้าใจเนื้อเรื่องหลักๆ ของภาคนี้ได้ (บางคนอาจจะหาการ์ตูนมาอ่านตั้งแต่จบภาคแรกแล้วก็ได้) พูดได้ว่าสามารถดูได้เรื่อยๆ สำหรับหนังความยาวกว่า 2.30 ชั่วโมง แถมด้วยมุขที่คอยแทรกในเรื่องอยู่เป็นระยะให้พอขำๆ บวกกับทีมแปลที่ขนมุขเด็ดๆ ใส่มาเต็มพิกัด ฟอร์มการแปลยังเฉียบขาดเหมือนภาคแรก (continue reading…)







