สำหรับคำที่คุ้นเคยกับการโฆษณา Google Adwords คงจะชินกับคำว่า Matching Types ของ Keyword ซึ่งเป็นตัวกำหนดขอบเขตสำหรับการแสดงผลโฆษณาของ Keyword ที่เราเลือก ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการโดยมีอยู่ 4 แบบคือ

  1. Broad match Keyword คือ โฆษณาจะขึ้นสำหรับการค้นหาที่ตรง ใกล้เคียง หรือมีความเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เลือกลงโฆษณา
  2. Phrase match Keyword คือ โฆษณาจะขึ้นสำหรับการค้นหาที่ตรง หรือมี Keyword ที่เลือกลงโฆษณาอยู่ในการค้นหา โดยไม่มีคำใดมาแทรกระหว่าง Keyword ที่ลงโฆษณา
  3. Exact match Keyword คือ โฆษณาจะขึ้นสำหรับการค้นหาที่ตรงกับ Keyword ที่เลือกลงโฆษณาเท่านั้น
  4. Negative match Keyword คือ โฆษณาจะไม่แสดงโฆษณาในการค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เลือกแบบ Negative match

แต่เมื่อไม่นานมานี้ Adwords ได้ประกาศ option ใหม่สำหรับการกำหนดการแสดงผลโฆษณา เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง แต่ไม่อยากเสียค่าโฆษณาโดยไม่จำเป็นสำหรับ Keyword หรือการค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือบริการของตนเองโดยตรง โดยมีคุณสมบัติที่อยู่ตรงกลางระหว่าง Broad match และ Phrase match นั่นก็คือ Broad match modifier

Broad match modifier เป็นการกำหนดขอบเขตในการแสดงผลของโฆษณาที่มีความสามารถที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าการกำหนดแบบ Phrase match แต่สามารถควบคุมการแสดงผลได้ดีกว่า Broad match โดยสามารถเพิ่มจำนวนการ Click และ Conversion โดยเฉพาะผู้ที่มักจะใช้ Phrase match หรือ Exact match กำหนด Keyword

Broad match modifier จะทำให้เราสามารถแสดงผลโฆษณาได้ โดยหากมีการค้นหาใน Keyword ที่ตรงกับ Keyword ที่เลือก หรือมีความหมายใกล้เคียง, สะกดผิด เป็นคำเอกพจน์ หรือพหูพจน์ (สำหรับภาษาอังกฤษที่มีการใช้คำเอกพจน์ พหูพจน์ เช่น cat, cats) รวมถึงคำย่อ หรือคำพ้องเสียงต่างๆ Broad match modifier ก็จะสามารถทำให้โฆษณาของเราเข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ได้มากยิ่งขึ้น โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องเพิ่ม Keyword ที่เป็นคำสะกดผิด, พ้องเสียง ความหมายใกล้เคียงเข้าไปใน Keyword list เราให้มากขึ้น ซึ่งถือว่าช่วยให้ผู้โฆษณา Adwords สามารถควบคุมจำนวน Keyword ให้น้อย และบริหารได้ง่ายยิ่งขึ้น

วิธีการใช้ก็ง่ายๆ เพียงแค่เพิ่มเครื่องหมาย “+” หน้า Keyword ที่ต้องการโฆษณาเช่น +รองเท้า ผู้ชาย หรือ +รองเท้า +ผู้ชาย (ห้ามใส่เครื่องหมาย + ติดกับหากมีคำมากกว่า 1 คำขึ้นไป ตัวอย่างการใส่ผิด +รองเท้า+ผู้ชาย) สามารถดูตัวอย่างการแสดงผลของโฆษณาในรูปแบบการกำหนดต่างๆ ได้ตามตัวอย่าง

กดดูภาพเพื่อขยายใหญ่ได้

หากดูแล้วไม่เข้าใจงั้นขอยกตัวอย่างง่ายๆ ดังนี้ครับ ยกตัวอย่างว่าเราเลือกลงโฆษณาใน Keyword คำว่า “รองเท้า ผู้ชาย”

  1. Broad match Keyword โฆษณาจะแสดงผลในการค้นหาคำว่า “รองเท้า ผู้ชาย”, “รองเท้าแตะผู้ชาย”, “รองเท้าหนัง ผู้ชาย”, “ผ้าใบ ผู้ชาย” & etc.
  2. Broad match modifier Keyword โฆษณาจะแสดงผลในการค้นหาคำว่า “รองเท้า ผู้ชาย”, “ลองเท้า ผู้ชาย”, “ลองเท้า ภู่ชาย”, “ร่องเท้า ผู้ชาย”, “รองเท้า ผ้าใบ ผู้ชาย” & etc.
  3. Phrase match Keyword โฆษณาจะแสดงผลในการค้นหาคำว่า “รองเท้า ผู้ชาย”, “รองเท้า ผู้ชาย ราคาถูก”, “ซื้อ รองเท้า ผู้ชาย”
  4. Exact match Keyword โฆษณาจะแสดงผลในการค้นหาเฉพาะคำว่า “รองเท้า ผู้ชาย” เท่านั้น

ข้อแนะนำสำหรับการใช้ Broad match modifier คือ หากใช้ลักษณะการ match Keyword แบบอื่นๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะ Broad match การเปลี่ยนไปใช้เป็น Broad match modifier อาจจะทำให้ traffic ตกลง ได้จำนวน click ที่น้อยลง และการเปลี่ยนมาใช้ Broad match modifier ก็ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ Quality Score ของ Keyword ดีขึ้น การใช้ที่ดีควรจะลองเพิ่ม Keyword ที่กำหนดเป็น Broad match modifier และจับสถิติต่างๆ ที่สามารถวัดได้ ไม่ว่าจะเป็น CTR, Conversion Rate หรือ CPC ว่าเป็นไปตามความต้องการของเราหรือไม่

สูตรความสำเร็จในการทำโฆษณา Adwords คงไม่ได้มีตายตัว เพียงแต่คุณต้องทดลอง หมั่นจับสถิติ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ให้ชัดเจนว่าตอบวัตถุประสงค์ของคุณหรือไม่ และความสำเร็จก็จะตามมา

แบ่งปันกันอ่าน:
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Technorati
  • Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง