This is it
Posted Nov.03, 2009 in Watch
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.
This is it เป็น “หนังเพลง” ที่เล่าเรื่องถึง การซ้อมการแสดง Concert ของ Michael Jackson ที่ประเทศอังกฤษ ที่เปิดการแสดงมากถึง 50 รอบ และบัตรทุกรอบก็ขายจนหมดเกลี้ยง เนื้อหาของหนังเรื่องนี้ก็เป็นการบันทึกเหตุการณ์การซ้อม การเตรียมความพร้อมของ concert ที่ทั้ง Michael Jackson และทีมงานทุกคนให้ความสำคัญ และทุ่มเท ใส่ใจเพื่อความสมบูรณ์ในการแสดง Concert ครั้งสุดท้ายของเขาในประเทศอังกฤษ
สำหรับแฟนของ Michael Jackson เรื่อง This is it จะให้ทุกคนได้เห็น Michael Jackson ในแง่มุมของราชาเพลงป๊อป ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการแสดงคอนเสิร์ตของเขา ตั้งแต่การคัดตัว Dancer จนถึงการออกแบบการแสดง การร้อง และการเต้นที่จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่า Michael Jackson นั้นไม่ได้เป็นราชาเพลงป๊อปที่เพียงแค่ร้อง เต้น ตามที่มี script ให้มาเพียงเท่านั้น แต่ Michael Jackson เป็นราชาที่คอยสั่งการ บัญชาการ ปลุกระดม และสร้างขวัญกำลังใจให้กับเหล่า Staff ของคอนเสิร์ต เพื่อให้ถ่ายทอดการแสดงของเขาออกมาเกิน 100% โดยส่วนตัวก่อนที่จะได้ดูเรื่องนี้ ก็เข้าใจว่า Michael Jackson คงไม่ได้เข้าไปมีบทบาทกับการจัดการคอนเสิร์ตเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ดูเรื่อง This is it จบถึงได้รู้ว่า กว่าจะออกมาเป็นคอนเสิร์ตที่มีคลั่งไคล้ เฝ้ารอคอย และมีความอลังการทั้งการร้อง และเต้นของเขานั้น ตัว Michael Jackson เองนั้นต้องทุ่มเทมากเพียงใด
ซึ่งเหมาะสมแล้วที่ทั่วโลกยกย่อง และให้ฉายาเขาว่า The King of Pop ถึงแม้ Michael Jackson บนจอภาพยนตร์จะดูโรยรา และขาดพละกำลัง ต่างจากภาพของเขาเมื่อครั้งเรายังอายุ 10 กว่าขวบ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงบ่งบอกว่านั่นแหละคือ Michael Jackson ก็คือการร้อง และการเต้นที่เราได้ดูและได้ฟังแล้วจะต้องมนต์เสน่ห์ของเขาอย่างไม่สามารถละสายตาไปได้ แม้จะไม่ใช่คอนเสิร์ต แต่ประนึงว่าการดู This is it เป็นการดูการแสดงคอนเสิร์ตของเขาอย่างใกล้ชิดทีเดียว
รอบที่เข้าไปดูที่ SF World นั้นเป็นรอบพิเศษโดยระบบ Digital โรงใหญ่สุดโรง 15 ที่พิเศษคือ มีการจัดบรรยากาศในโรงหนังเหมือนกับการแสดงคอนเสิร์ต แจกแท่งเรืองแสง เพิ่มระบบเสียง และแสงที่สร้างความรู้สึกว่าเราได้เข้ามาอยู่ในการซ้อมคอนเสิร์ตของ Michael Jackson เลยทีเดียว เพราะมีการโชว์การแสดงแบบเต็มๆ เพลงเป็นช่วงๆ สลับกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ของการจัดคอนเสิร์ต ทำให้ได้รสชาติในการดูหนังไปอีกแบบหนึ่ง เลยเข้าใจเลยว่าทำไมตั๋วหนังมันถึงราคา 200 บาท บรรยากาศในการดูก็แปลกแตกต่างจากทุกครั้ง มีการโบกมือ โห่ร้อง ขยับแข้งขา หรือส่ายหัวไปมาของคนดูส่วนใหญ่ที่เข้าไปดูเหมือนกับการดูคอนเสิร์ตมากกว่าการดูหนัง เพราะไม่ว่า Michael Jackson จะร้อง หรือเต้นเพลงอะไร คนดูก็จะมีปฎิกิริยาตอบสนองทุกๆ ครั้งไป ถึอว่าเป็นประสบการณ์ดูหนังที่แปลกมากๆ
เมื่อได้มาดู This is it เรื่องนี้ จะได้เห็นแต่มุมมองของ Michael Jackson ที่สวยงาม ทรงพลัง และความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิดใจของเขา ซึ่งอาจจะขัดกับเหตุผลของการเสียชีวิตของเขาเกี่ยวกับสุขภาพ ร่างกาย ที่เกิดจากการโหมซ้อมคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างหนัก เราจะไม่ได้เห็นมุมมองที่อ่อนแอ หรืออ่อนไหวของเขา แต่จะเห็นมุมมองที่ดีงาม ทรงพลัง ท่วงท่าที่มีเสน่ห์ ที่จะทำให้เรารู้สึกอิ่มเอม มีความสุข และคิดถึง Michael Jackson อย่างสุดหัวใจ เมื่อเราเดินออกมาจากโรงหนัง ถึงแม้เขาจะจากไปจากโลกที่วุ่นวายนี่แล้ว แต่เชื่อว่าวิญญาณของ Michael Jackson ที่ทุ่มเทไว้ในเพลงทุกเพลง และการแสดงทุกอย่างของเขาจะคงอยู่กับเราตลอดไป THIS IS IT…

This is it Magnet จาก SF Cinema
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tags: Michael Jackson, MJ, movie, music, song, THIS IS IT







November 3rd, 2009 on 10:07 pm
เดาว่าปีหน้าหรือปีต่อๆไป เมื่อถึงวันครบรอบการเสียชีวิต น่าจะมีคนทำหนังลักษณะเช่นนี้ออกฉายนะผมว่า
ปล. อ่านๆมาจนจบ (ยังไม่ได้ดู) พึ่งรู้ว่าหนังไม่ได้เสนอมุมองของ Michael Jackson ที่อ่อนแอบ้าง น่าจะเรียกคะแนนสงสารได้พอดู
November 3rd, 2009 on 10:15 pm
@iDayBlog เมื่อดูจบผมกลับสงสาร MJ มากยิ่งขึ้นนะฮะ เพราะเขาเป็น King ที่ทุกคนไม่เคยได้เห็นมุมที่อ่อนแอของเขาเลย อยากให้ทุกคนได้รับรู้เหมือนกันว่าการที่ต้องเป็น King นั้น แบกรับภาระใหญ่หลวง และต้องซ้อนความอ่อนแอของตัวเองมากแค่ไหน
November 4th, 2009 on 4:02 pm
ไปดูกะใครมาอ่ะ
November 5th, 2009 on 9:10 am
@moomay ถามเหมือนเป็นแฟนฉันเลยนะเนี่ย -_-”
November 8th, 2009 on 2:35 pm
ชอบจังค่ะ
ขนาดไม่ใช่แฟนของไมเคิลเขา เราไปดูยังชอบเลย
ชื่นชมกับจิตใจของเขาด้วยอีกต่างหาก
เขาไนซ์มากเลยนะคะ
อิจฉาคนที่ได้ร่วมงานกะเขา
แล้วก็เสียดายแทน ที่เขาไม่ได้โชว์มันออกมา
ทั้งที่พยายามขนาดนี้แล้ว ^^