Archive for March, 2009:

ร้านกาแฟ “กิน-น้ำ” เสน่ห์อยู่ที่ความใส่ใจ

ถ้ามีคนถามว่าชอบกินกาแฟเพราะอะไร? หลายคนคงมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับผมการกินกาแฟ เหมือนเป็นการผ่อนคลาย เพราะเป็นคนขี้เซา ง่วงเลยชอบกินกาแฟ และชอบที่จะสรรหาร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ แอร์เย็นๆ มี WiFi ให้เล่น ไปนั่งผ่อนคลาย กินกาแฟ อ่านหนังสือ จะเล่นเน็ตหรือทำงานก็ตามแต่โอกาส ดังนั้นจึงกลายเป็นคนติดกาแฟโดยปริยาย

การเลือกกินกาแฟหลักๆ เลยคือเรื่องของรสชาติที่ต้องถูกคอ ไม่หวานไป หรือขมเกินไปจนเปรี้ยว ซึ่งอยู่ที่วัตถุดิบทั้งเมล็ดกาแฟ, นม, syrup และอื่นๆ จิปาถะ ตามสูตรของแต่ละร้าน ซึ่งหลายร้านพอกินได้เพื่อประทังความอยาก บางร้านจะดื่มเกิน 1 อึกก็แทบทนไม่ได้ หรือบางร้านได้บรรยากาศดีๆ ก็พอช่วยได้ แต่ไม่ค่อยมีร้านไหนที่จะทำให้อยากกินกาแฟได้ทุกวัน หรือเมื่อไม่ได้กินนานๆ ก็จะคิดถึงรสชาติกาแฟของร้านนี้ เท่ากับร้านกาแฟ “กิน-น้ำ”

Kin Nam Coffee Shop Kin Nam Coffee Shop Kin Nam Coffee Shop Kin Nam Coffee Shop Kin Nam Coffee Shop

ร้านกาแฟกิน-น้ำ (Kin-Nam) เป็นร้านกาแฟเล็กๆ อยู่หน้าห้างน้อมจิตพลาซ่าตรงข้ามห้างเดอะมอลล์บางกะปิ (click ที่นี่เพื่อดูแผนที่ทาง Google) ที่มีเจ้าของร้านเป็นคู่สามีหนุ่มสิงคโปร์นาม Russel ภรรยาสาวพี่เหมียว Russel เคยเป็น Interior Design, Home Theatre Design และเป็น Columnist มีชื่อจากอินโดนีเซีย ก่อนจะมาแต่งงานกับพี่เหมียวและย้ายมาอยู่เมืองไทย โดยที่หันมาเปิดร้านกาแฟสดด้วยความชอบที่จะชงกาแฟให้เพื่อนๆ กินอยู่เป็นประจำ จึงคิดที่จะชงกาแฟด้วยความชอบเหมือนชงให้เพื่อนดื่ม พร้อมสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาเองจากประสบการณ์การชงมานาน ให้คนอื่นๆ ได้ลองบ้าง ทำให้การชงกาแฟแต่ละแก้วนั้นจะมีความใส่ใจในการทำมาก ไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่ชงตามความชอบของลูกค้าแต่ละคน จะถามก่อนทุกครั้งว่าชอบแบบไหน จนจำได้ว่าลูกค้าคนไหนชอบรสชาติแบบใด อีกทั้งยังมีความประณีตในการชงและตกแต่งหน้าตาของกาแฟแต่ละแก้วให้เหมือนกับรูปที่โชว์เลยทีเดียว ตอนแรกที่ได้ลองกินก็ไม่คิดว่าหน้าตาจะออกมาเหมือนกับรูปที่โชว์ แต่ทุกครั้งที่สั่งก็จะได้หน้าตาเหมือนในรูปทุกๆ ครั้งไป (continue reading…)

20th Century Boys 2 : The Last Hope

20th Century Boys 2 : The Last Hope

และแล้วหนังภาคต่อที่รอคอยก็ให้ได้ดูกันอีกที ด้วยความใจดีของ Kapook ที่จัดฉาย 20th Century Boys 2 : The Last Hope รอบพิเศษให้ชาว bloggers ที่ส่วนใหญ่เล่น twitter กันได้ดูกันฟรีๆ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากดู 20th Century Boys ภาคแรก มาแล้ว ต้องขอขอบคุณ @OaddybeinG, @DearAnnie และ @iwhale และทีมงานของกระปุกทุกคนที่จัดฉายหนังเรื่องนี้ให้ดูกันอีก รวมถึงการอำนวยความสะดวกต่างๆ หน้างาน

สำหรับเนื้อเรื่องภาคนี้จะเป็นเหตุการณ์หลังจาก “วันส่งท้ายปีเก่านองเลือด” ในปี 1999 ที่เคนจิ โอตโจะ และเพื่อนๆ ถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ก่อการร้ายปล่อยไวรัสคร่าชีวิตคนทั่วโลก และ “เพื่อน” ได้สวมบทบาทเป็นผู้กู้โลกจากการก่อการร้ายของกลุ่มของเคนจิ จนได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก และองค์กรเพื่อนก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการชักจูงโลกให้เป็นไปตามแนวทางที่ “เพื่อน” ต้องการ และได้วางแผนที่จะทำลายล้างโลกด้วยแผนการตาม “คำทำนายใหม่” ที่เพื่อนได้วางแผนไว้ และในปี 2015 ก็เป็นปีที่ “เพื่อน” ได้เขียนทำนายไว้ว่าจะมีพระเจ้าคนใหม่กำเนิดขึ้นมา

กลุ่มเพื่อนเคนจิ  ที่รอดชีวิตจากคืนมหัตภัยสิ้นปี 2000 เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ค่อยๆ เผยตัว โอตโจะ ติดคุก ซึ่งเขาใช้เวลานาน จนแหกคุกได้สำเร็จ ,โยชิซึเนะ กลายเป็นผู้นำกลุ่มใต้ดินที่ต่อต้านเพื่อน , มารุโอะ กลายเป็นบุคคลสำคัญที่รอคอยเวลาจะกลับมา ,โมจัง กำลังสืบค้นเกี่ยวกับ “คำทำนายใหม่” เมื่อคันนะ (หลานสาวของเคนจิ) ได้รวมกับผองเพื่อนเคนจิเพื่อกระชากหน้ากากของเพื่อนออกมา และสืบหาข่าวคราวของแม่ที่หายสาบสูญไป เหตุการณ์ในภาคนี้จะเป็นงาน Expo 2015 เป็น theme หลักของเรื่อง

ความรู้สึกรวมๆ กับ 20th Century Boys 2 : The Last Hope

เมื่อได้ดูเรื่องนี้จบก็จะรู้สึกเหมือนภาคแรกคือ เนื้อเรื่องเยอะมาก ตัวละครหลากหลายจนยัดเข้าไปหนังภาคนี้ได้ไม่หมด ทำให้คนที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อน อาจจะงงกับการสลับฉากไปมา การเปลี่ยนฉากโดยมีเรื่องของเวลาเป็นจุดสำคัญ แต่เนื้อเรื่องหลักๆ ของภาคนี้ก็ยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ครบถ้วนดี โดยไม่รู้สึกว่าเสียอรรถรสสำหรับคนอ่านการ์ตูนมาแล้ว หรือสำหรับคนไม่ได้อ่านมาก็น่าจะเข้าใจเนื้อเรื่องหลักๆ ของภาคนี้ได้ (บางคนอาจจะหาการ์ตูนมาอ่านตั้งแต่จบภาคแรกแล้วก็ได้) พูดได้ว่าสามารถดูได้เรื่อยๆ สำหรับหนังความยาวกว่า 2.30 ชั่วโมง แถมด้วยมุขที่คอยแทรกในเรื่องอยู่เป็นระยะให้พอขำๆ บวกกับทีมแปลที่ขนมุขเด็ดๆ ใส่มาเต็มพิกัด ฟอร์มการแปลยังเฉียบขาดเหมือนภาคแรก (continue reading…)

Kizahashi Okonomiyaki ของอร่อยต้องทำเอง

kizahashi 121kizahashi 135
kizahashi 137kizahashi 149

แต่ละเดือนก็จะชอบสรรหาของอร่อยกิน เพื่อเป็นรางวัลให้ชีวิตกับสภาวะการทำงานที่ค่อนข้างเครืยดมาตลอดตั้งแต่ต้นปี เรื่องกินก็เป็นเรื่องที่ทำให้หายเครียด ผ่อนคลายไปได้เยอะเลยทีเดียว เดือนนี้ @pangpond กับ @moomay ชวนไปกินโอโคโนมิยากิแบบทำเอง ไอ้เราก็ใจง่าย บวกกับเรื่องกินไม่ค่อยจะเกี่ยงเท่าไหร่ก็เลยตกลงปลงใจว่าจะไปกินกัน โดยนัดหมายกันไปวันศุกร์ที่ 20/03/09 ว่าจะแวะไปซื้อ external harddisk ที่งาน Commart 2009 ก่อนแล้วค่อยไปต่อที่ร้าน Kizahashi ที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ การเดินทาง ไปทางถนนพระรามสี่เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 26 สังเกตง่ายปากซอยมีคาร์ฟูพระราม 4 เข้าซอยไปนิดเดียวจะเห็นเวิ้งที่มีร้าน S&P อยู่ขวามือเลี้ยวเข้าในซอยตรงไปสุดจะเห็นร้าน Kizahashi อยู่ตรงหัวมุมเลย (มีโคมไฟสีแดงๆ ส้มๆ อยู่หน้าร้าน) (continue reading…)