ช่วงนี้เครียดๆ เลยต้องการหาอะไรที่ทำแล้วสบายใจ คลายเครียด การอ่านหนังสือ โดยเฉพาะการ์ตูนก็เป็นกิจกรรมผ่อนคลายประจำตัวตั้งแต่เด็กยุคที่โดนพ่อแม่ห้ามอ่านจนถึงปัจจุบันที่การ์ตูนเต็มบ้านไปเรียบร้อย

วันนี้มีการ์ตูนมาแนะนำเรื่อง “โยทสึบะ หนูเด๋อจอมป่วน!” (Yotsuba&!, よつばと!, Yotsuba to!) ของค่ายเนชั่นที่พิมพ์ภาษาไทยออกมา 4 เล่ม (เล่มแรกออกเมื่อกันยา 49 โน้นเลย)  ที่สนใจจะหยิบเรื่องนี้มาอ่านเพราะเผอิญไปเห็น model โยทสึบะมาและเดินไปร้านการ์ตูนเจอภาพคุ้นๆ เลยขอลองซื้อมาอ่านหน่อย เนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กกำพร้าอายุ 5 ขวบที่โดนนักแปลหนุ่มเก็บมาเลี้ยงจากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่โยทสึบะบอกว่าเขามาจาก “ทางขวา” ที่ย้ายบ้านใหม่ มาเจอสภาพแวดล้อมใหม่ เจอเพื่อนบ้านใหม่ๆ เนื้อเรื่องจะเล่าถึงการดำเนินชีวิตแต่ละวันของหนูน้อยโยทสึบะ โดยมีตัวละครทั้งพ่อ เพื่อนพ่อ และเพื่อนบ้านรุ่นราวคราวเดียวกันจนถึงรุ่นราวคราวพ่อที่จะสร้างเรื่องน่ารักๆ วุ่นวายนิดหน่อย แต่แฝงความสดใสในตัวของโยทสึบะให้ได้อ่านเพลินๆ ตลอด 4 เล่มที่ได้อ่านเลย

หากจะถามว่าเนื้อเรื่องมีอะไรให้น่าติดตามมากไหม ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องแสนธรรมดา เล่าเรื่องการดำเนินชีวิตของเด็กน้อยคนหนึ่งที่มีความซื่อ สดใส และร่าเริงในแบบฉบับของตัวเอง ที่ถ้าได้อ่านแล้วจะรู้สึกชอบหนูน้อยโยทสึบะขึ้นมาอย่างแน่นอน (คอนเฟิร์ม!!) และแฝงถึงการดำเนินชีวิตแบบช้าๆ เนิบๆ แบบเด็กๆ ที่อ่านแล้วอยากจะกลับไปเป็นเด็กทำอะไรสนุกสนาน แบบไม่ต้องคิดอะไรอย่างโยทสึบะบ้าง ต้องชมทีมแปลของเนชั่นที่แปลแล้วอ่านได้เพลินมาก ภาษาที่ใช้ก็ดูน่ารักเหมาะกับตัวละครแต่ละตัวในเรื่อง และด้วยบทสนทนาหรือตัวหนังสือในเรื่องไม่เยอะจนรกทำให้อ่านสบายตา รวมถึงลายเส้นที่ดูน่ารักสดใสทำให้อ่านแล้วหายเครียดขึ้นมาได้ทันที

ตอนที่ชอบก็คงเป็นตอนที่โยทสึบะต้องร้องไห้เพราะมีคนเปรียบเทียบเรื่อง “อกหัก” กับ “การที่พ่อไม่รักโยทสึบะ” ทำให้หนูน้อยร้องไห้น้ำตาแตก ทำให้เห็นความผูกพันธ์ของพ่อนักแปลกับหนูโยทสึบะได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ช่วงนี้ใครเครียดๆ อยากหาการ์ตูนสะอาดๆ ไม่มีพิษมีภัยก็ขอแนะนำ “โยทสึบะ หนูเด๋อจอมป่วน!” มาอ่านคลายเครียดในช่วงนี้ แต่เสียดายตรงที่ออกช้าไปหน่อยเกือบๆ 3 ปีแล้วแต่ดันออกมาแค่ 4 เล่มเอง (ของญี่ปุ่นออกมา 6 เล่มได้แล้วมั้ง)


ขอบคุณรูปจากเว็บไซด์ Yotsuba Studio

แบ่งปันกันอ่าน:
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Technorati
  • Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง