Archive for November, 2008:

Fat Festival 8 งานดนตรีของเด็กแนว

อาทิตย์ที่ผ่านมาคอเพลง indy หรือเพลงนอกกระแสเกิดการนัดรวมตัวกันเพื่อประท้วง เอ้ย เพื่อไปแสดงตัวตนของความเป็นเด็กแนว ผู้ใหญ่แนว มีแต่คนแนวๆๆๆๆ เต็มไปหมด เมื่อปีก่อนไม่ได้มางาน Fat ก็ว่างเว้นไป 1 ปีเพราะคิดว่าเราโตแล้ว คงไม่แนวเหมือนเมื่อก่อนไปแล้วเดี๋ยวเด็กๆ จะมองแปลกๆ แต่ปีนี้จริงๆ ก็คิดว่าจะไปอยู่เหมือนกัน แต่ติดตรงที่ว่าหาเพื่อนที่อยากไป (แบบเสียตังค์) ไม่ได้ ก็เลยคิดว่าปีนี้คงอดไปอีกแน่ๆ แต่ปรากฏว่าคุณ @OaddybeinG เพื่อนใน twitter (อีกแล้ว) แจกบัตรเข้างานฟรี พอเห็นปุ๊ปตาลุกวาวขอสมัครเป็นสมาชิกเด็กแนวฟรี 1 คนบวกเพื่อนเก่าอีก 1 เป็น 2 คนก็เลยมีโอกาสได้ไปงาน Fat ปีนี้ แต่จริงๆ แล้วจะมีเพื่อนใน twitter คนอื่นๆ ไปงานนี้ด้วย ส่วนใหญ่จะไปกันวันอาทิตย์เลยไม่มีโอกาสได้เจอใครเท่าไหร่เพราะไปเป็นเด็กแนวแค่วันเสาร์วันเดียว จะสังเกตได้ว่าหลังๆ ชีวิตจะวนเวียนอยู่กับ twitter ซะส่วนใหญ่ มาเข้างาน Fat Fest 8 แบบ 1 วันแล้วกัน

มางานนี้ซื้อ CD ไป 2 แผ่น:

1. “Midnight Melodies” ของ Tem Triyuth Promsiri

ดนตรีแนว Pop Jazz ผสม Rock อ่อนๆ ฟังสบายๆ โดยมี แทน Lipta เป็น Producer ให้น่าสนใจขึ้นมาอีก จริงๆ แล้ว ผมเดินๆ อยู่ตรงไดโนเสาร์ใหญ่ๆ แล้วเผอิญมีเพื่อนของนักร้องเขาเอาเพลงมาให้ลองฟังดู ได้ยินเสียงดนตรีออกแนว Jazz และเสียงร้องก็ฟังสบายๆ เลยลองอุดหนุนดูด้วยราคา 150 บาทมีทั้งหมด 5 เพลง ลองเอามาฟังที่บ้าน ก็รู้สึกว่าเนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่ นักร้องอกหักหรือเปล่าฮะ? เนื้อเพลงจะออกแนวคิดถึงแฟนเก่าไงไม่รู้ (555) ส่วนตัวผมชอบ “เพลงเรื่องมันจบไปตั้งนาน” กับ “เพลงต่าง” ใครสนใจหรืออยากจะรู้จักนักร้องมากยิ่งขึ้นลองเข้าไปที่ hi5 ของพี่เขาดูนะ Tem Triyuth

2. ”Sevres” Mini Album ของพี่ๆ วง Friday

SEVRES

โดยวง Friday มีความตั้งใจว่าจะออก Mini Album 3 เพลง ออกมา 4 album (ออกทุกๆ 3 เดือน) และจะรวบรวมออกมาเป็นอัลบั้มเต็มอีกทีหนึ่งปีหน้า ลองอ่านที่มา และรายละเอียดของอัลบั้ม Sevres ของ Friday จาก blog ของพี่บอย ตรัยได้ที่นี่ครับ “คุณสีอะไร” โดยอัลบั้มนี้ผมฟังทุกเพลงแล้ว รู้สึกว่า Friday เมื่อหลายปีก่อนกลับมาแล้ว… เหมือนได้เจอเพื่อนเก่ายังไงไม่รู้ ฟังเพลงไหน รู้สึกว่าโดน ชอบ อยากร้องตามให้ได้ทุกเพลงเหมือนเพลงเก่าๆ อย่าง “เปลี่ยนไปทุกอย่าง”, “สักคน”, “เมื่อไหร่” หรือว่า “ชั่วโมงต้องมนต์” ไม่ว่าจะเป็น “เพลงเชย”, “เพลงไม่ว่าเธอจะรักฉันหรือไม่” และ “เพลงรักเก่า” ทุกเพลงใน Sevres มันรู้สึกลงตัวมาก ผมชอบเพลง “เพลงรักเก่า” ที่พูดถึงความรู้สึกของคนที่เคยเป็นคนรักกันมาแต่ว่ายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันเสมอ…

รู้สึกว่าอยากจะฟัง Mini Album ที่จะออกมาอีก 3 album เร็วๆ อยากจะรู้ว่าเป็นสีอะไร และเพลงจะโดนอย่าง Sevres หรือเปล่า ตอนไปซื้อ CD เจอพี่ๆ Friday ทุกคนเลยได้มีโอกาสของลายเซ็นต์ติด CD มาด้วย พร้อมกับถ่ายรูปพี่ๆ เขามา รู้สึกพี่บอยตรัย จะเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ มากมีแต่สาวๆ มาขอถ่ายรูปคู่ คนอ้วนแอบ hot นะเนี่ย

(continue reading…)

PSP: PES2009 สำหรับคอบอลฉบับกระเป๋า

เล่น Winning Eleven หรือ Pro Evolution Soccer ฉบับกระเป๋ามาตั้งแต่ได้ PSP เมื่อปีก่อน โดย Winning เหมือนเป็นเกมส์ประจำเครื่องของผมเลย ไปไหนมาไหน ก็ต้องมีเกมส์นี้ตลอดเพราะชอบดู football, ใจรักแมนยู และชอบเล่น winning มาตั้งแต่ยุคเครื่อง Playstation 1, Playstation 2 จนถึงปัจจุบันก็น่าจะเกิน 10 ปีคลุกตัวกับเกมส์นี้ใน version ต่างๆ

มาพูดถึง Pro Evolution Soccer 2009 หรือ PES2009 ฉบับ PSP กันดีกว่า โดยรวมๆ ทุกอย่างแล้วผมให้ 8/10 คะแนน เนื่องจากมีตัวนักเตะใหม่ๆ มีการนำเสนอ ใหม่ๆ ทั้งดนตรี กราฟฟิก และก่อนเริ่มเกมส์ก็มี Teaser ที่น่าสนใจ มีการปรับเมนูการเล่นเกมส์หลักให้ดูง่ายยิ้่งขึ้น ในส่วนของการเล่นเกมส์จริงๆ อันนี้ผมคอนเฟิร์มว่าบังคับตัวผู้เล่นยากขึ้นกว่าเก่า เพราะว่ามีความพลิ้วของตัวนักเตะมากยิ่งขึ้น แต่ว่าการจับบอลของผู้เล่นจะไม่ค่อยอยู่กับตัวเท่าไหร่ แบบจับบอลจังหวะแรกแล้วลูกไม่ค่อยจะติดเท้า ทำให้โอกาสในการทำประตูนอกกรอบเขตโทษนั้นยากยิ่งขึ้น ส่วนจังหวะการพังประตูปกตินั้นก็ไม่ยากเท่าไหร่ จะเหมือนภาคก่อนหน้านี้

(continue reading…)

Yes, I do…

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นวันมงคลสำหรับเพื่อนชื่อเจย์ กับแฟนชื่อตุ๊กตา เจย์เป็นเพื่อนเก่าตั้งแต่เรียนม.ต้นมาด้วยกัน เล่นบาส แข่งบาส ซ้อมบาสกันมา ตอนเรียนอยู่มันฮอตมาก เรียนม.ปลายมันก็ยังเล่นบาสอยู่ด้วยกัน ผ่านชีวิตหลายๆ ช่วงมาด้วยกัน ทะเลาะกันหนักๆ จะต่อยกันก็มี มีบางช่วงของชีวิตที่ผมหายไปจากเพื่อนๆ จนเรียนมหาลัยคนละที่แต่ก็ยังเจอกันบ่อยๆ รู้ว่ามันมีแฟนตอนเรียนมหาลัย ชื่อตุ๊กตา ก็คิดว่าเป็นการคบแบบเด็กๆ ทั่วไป แต่มาจนวันนี้ 7 ปีแล้ว ถึงวันที่ทั้ง 2 คนตกลงจะอยู่ด้วยกัน

เพื่อนๆ ต่างยินดี ตื่นเต้น มีความสุขออกนอกหน้า เหมือนกับได้แต่งเอง เพราะว่าเป็นเพื่อนคนแรกในกลุ่มที่แต่งงาน มีครอบครัว มีห่วง (ฮ่าๆ) ต่างก็จัดเตรียมตัว ลางานเป็นเดือนๆ คิดของขวัญกันหลายเดือน จนมาถึงวันที่ 1 พ.ย. 2551 ที่ผ่านมา ก็รวมพลกันไปงานแต่งของเพื่อนกันพร้อมหน้า เพื่อนเก่าที่เจอกันบ่อยๆ ทุกอาทิตย์ และเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปเพราะการทำงาน หรือสังคมที่เปลี่ยนไป ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คิดถึง…วันเวลาเก่าๆ กับเพื่อนๆ ได้คุยกันก็พูดถึงเรื่องเก่าๆ ที่ทำให้หัวเราะ และมีรอยยิ้ม ถือเป็นงานที่รวมเพื่อนเก่าได้มากที่สุดในรอบ 4 – 5 ปีเลยทีเดียว มีความสุขทั้งเพื่อนได้แต่งงาน มีความสุขที่ได้มาเจอเพื่อนเยอะๆ อย่างนี้อีกที แม้ว่าหลายๆ คนจะไม่ได้คุยกัน หรือคุยกันไม่เหมือนเดิม แต่ยังไงความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่

งานแต่งจัดอย่างง่ายๆ มีการสู่ขอ, การแห่ขันหมาก, การยกขันหมากให้เจ้าสาว งานเลี้ยงวิวาห์และถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว เหมือนงานทั่วๆไป แต่ผมว่ามันจะเป็นงานที่อยู่ในความทรงจำของเจย์ และตุ๊กตา รวมถึงเพื่อนๆ ทุกๆ คนอย่างแน่นอน

“ขอให้ไอ้เจย์ และตุ๊กตามีความสุขตลอดไป”

ปล. ก่อนกลับบ้านได้แวะไปไหว้หลวงพ่อโต ที่วัดเกษไชโยมา ทำให้จิตใจสงบ เกิดความคิดอยากบวชขึ้นมาอีกแล้ว เลยบอกพ่อ กับแม่ไปว่า “ปีหน้าจะเบียด” เอ้ย! “จะบูด” เอ้ย! “จะบวช” เอ้ย! ถูกแล้ว…