สิ้นสุดการรอคอยซะทีสำหรับเรื่อง 20th century boys หนังอีกเรี่องที่รอคอยมานานตั้งแต่รู้ข่าวว่าสร้างเป็นหนัง น่าจะสักประมาณปลายปีที่แล้วถ้าจำไม่ผิดนะ ด้วยความใจดีของ Kapook.com ที่จัดรอบพิเศษสำหรับสื่อ, partner รวมถึง Blogger ทุกคนที่อยากจะดูเรื่อง 20th century boys ก่อนใครในไทย (ยกเว้นกองเซ็นเซอร์) ได้ร่วมสนุกและลุ้นดูเรื่องนี้    ผมก็เป็นคนนึงที่ได้ดูเรื่องนี้ร่วมกับเพื่อนๆ อีกหลายๆ คน แถมพิเศษสุดๆ ทุกๆ ที่นั่งยังได้รับเสื้อสัญลักษณ์ “เพื่อน” ไปใส่ให้เท่ห์กันทุกคนอีก งานนี้ Kapook.com ใจดีสุดๆ จริงๆ

สำหรับเรื่อง 20th century boys นั้น คอการ์ตูนทุกๆ คนคงจะคุ้นหู คุ้นตา หรือต้องได้เคยได้ยินกิตติศัพท์ของการ์ตูนเรื่องนี้มาไม่มากก็น้อย สำหรับผมตอนแรกไม่สนใจคิดจะอ่านเรื่องนี้เลย เพราะเคยเข็ดกับเรื่อง Monster ที่อ่านแล้วงง มึนตึ๊บจนอ่านไปได้แค่ 8 เล่มแล้วเลิกอ่าน (จำได้ว่าอ่านตอนเรียนปี 3 หรือ 4 ไม่แน่ใจ) แต่เพื่อนที่ทำงานแนะนำให้ลองอ่านเรื่อง 20th century boys ตอนแรกก็อ่านแล้วงงเหมือนเดิม (ในใจก็กะจะเลิกอ่านกลางคัน) แต่เพราะว่าได้อ่านรวดเดียวตั้งแต่เล่ม 1 – 10 ทำให้เนื้อเรื่องมันต่อเนื่อง เลยไม่ค่อยงงเท่าไหร่ แถมเนื้อเรื่องน่าติดตามอีกต่างหาก ทำให้ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้เงื่อนปมต่างๆ และที่สำคัญอยากรู้ว่า “เพื่อน” คือใคร? ตามหาซื้อมาจนครบ อ่านจบก็ยังงงๆ อยู่ว่า “เพื่อน” คือใครกันแน่ เลยยิ่งกระตุ้นความอยากดูฉบับภาพยนตร์เป็น 2 เท่าด้วยเหตุผลที่ว่า จะถ่ายทอดจินตนาการจากการ์ตูนมาเป็นหนังใหญ่ได้ดีแค่ไหน? กับอีกอย่างคือมันจะเรียงเนื้อเรื่องยังไงไม่ให้งง และบทสรุปของหนังมันจะชัดเจนกว่าฉบับการ์ตูนแค่ไหน?

สำหรับคนที่เคยอ่านการ์ตูนมาแล้วอย่างผม เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วมีความรู้สึกว่าผู้สร้างหนังสามารถทำลายความงงงวยของ 20th century boys ฉบับการ์ตูนได้อย่างสวยงาม ด้วยการเรียงลำดับเนื้อเรื่องที่ดูราบรื่น ถึงแม้จะมีการตัดสลับปี ค.ศ. ไปๆ มาๆ เพื่อให้คนดูเข้าใจความเป็นมาของเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างไม่ต้องสงสัยว่าทำไม อะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ถึงแม้ว่าตัวละครจะเยอะไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ออกมาแบบฉาบฉวย ซึ่งทุกๆ ตัวละครที่มีอดีตร่วมกันสมัยเรียนจะมีการแทรกการเล่าความเป็นมา ความสัมพันธ์ของตัวละครตั้งแต่สมัยเด็กๆ สลับกับตอนโตแบบเนียนๆ ทำให้ตัวละครหลักๆ ทุกตัวมีความน่าเชื่อถือ คนดูก็จะรู้สึกอินได้ง่ายยิ่งขึ้น ผมยืนยันได้เลยว่าคนที่ไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูนมาก่อนจะไม่รู้สึกงงกับเนื่อเรื่องของ 20th century boys ในภาคแรกนี้เลย (จากการถามเพื่อนที่ไม่เคยอ่าน แล้วมาดูด้วยกัน) เพราะว่าเหตุการณ์ในหนังภาคนี้มี climax ของเรื่องที่ชวนให้ติดตามได้อย่างไม่น่าเบื่อ หรือสับสน อีกทั้งยังอยากจะทำให้อยากดูภาคต่อไปของเรื่องนี้อีกอย่างแน่นอน

ส่วนตัวละครต่างๆ ในเรื่องต้องชื่นชมทีมงาน casting ตัวละครจริงๆ ที่สามารถหานักแสดงที่หน้าเหมือนกับถอดแบบร่างมาจากฉบับการ์ตูนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตอนวัยเด็ก หรือตอนโตของตัวละครทุกตัว แต่ว่านักแสดงสมัยเด็กจะดูเหมือนในการ์ตูนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น เคนจิ, โอตโจะ, โยชิสึเนะ (ชอบมากๆ ดูหื่นแบบเด็กๆ), ด็องกี้, ยูคิจิ หรือแม้แต่ฟุคุเบ อ๋อเกือบลืมเจ้าแฝดอ้วน 2 คน ยัมโบ กับ มาโบนั้นเอง และสำหรับตอนโตอาจจะมีตัวละครบางตัวที่ดูขัดๆ ตาไปบ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัวของแต่ละคน เรื่อง casting ผมให้คะแนน 9.9/10 เลย อีกตัวละครหนึ่งที่ผมหลงรักเลยก็คือ “หนูคันนะ” (ตอนเด็กนะครับ ตอนโตผิดหวังเล็กๆ) ที่ดูน่ารักสดใจ ยิ้มทีทำให้ผมอมยิ้มตามไปด้วยตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแบเบาะอยู่บนหลังเคนจิ จนโตขึ้นมาเรียก “น้าเคนจิ” ได้ ถือเป็นตัวละครที่ทำให้ผมดูเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้มได้อีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

อีกเรื่องที่ผมว่าโดดเด่นก็คือการแปลบทพากย์ที่ถูกใจวัยรุ่นมากๆ ทั้งคำพูด และคำศัพท์ที่เวลาอ่าน sub แล้วดูมันลื่นไหลจริงๆ มีการใช้คำศัพท์ที่ผมพึ่งได้ยินมาไม่นาน อย่าง “เมพ ขิงๆ” ที่ผมฟังแล้วโอ้ว!! คิดได้ไงเอาคำนี้มาเล่นในเรื่อง (คนมีวัยอาจจะมีปัญหากับคำนี้หน่อยนะฮะ) และอีกฉากที่ดูแล้วฮากระจายก็เรื่อง “ไดนาไมท์” ที่ต้องไปรอดูกันเองในโรงภาพยนตร์

โดยรวมหลังจากที่ดู 20th century boys ภาคปฐมบทจบ ถือว่าเป็นหนังที่น่าดูเรื่องหนึ่ง คุ้มจริงๆ ที่รอมานานเป็นปี ชอบทั้งเนื้อเรื่องที่แทบจะไม่ดัดแปลงเลยจากฉบับการ์ตูนดูแล้วก็จะย้อนไปคิดถึงฉากในการ์ตูน กระตุ้นให้อยากหยิบการ์ตูนมาอ่านซ้ำอีกรอบ เนื้อเรื่องดูดีกว่า Death Note 2 ภาคแรกที่ทำมาจากการ์ตูนเหมือนกันแต่ดัดแปลงเนื้อเรื่องเยอะจนขาดเสน่ห์ของความเป็นการ์ตูน (ไม่รวม L : Change the World ที่ทำออกมาแบบรับไม่ได้ที่สุด) การดำเนินเรื่องน่าสนใจทำให้อยากดูภาคต่อเร็วๆ เพื่อความสมบูรณ์ของเรื่องไม่ได้รู้สึกอย่างนี้ตั้งแต่ดู Kill Bill แล้ว และอีกอย่างที่คิดไว้ก็คือยังไงก็ต้องหา DVD (ของแท้) มาสะสมให้ได้ หากใครจะว่าผมเชียร์เรื่องนี้ออกนอกหน้าก็ไม่ว่า เพราะว่าโดยส่วนตัวชอบมาตั้งแต่เป็นการ์ตูนทำให้อารมณ์ร่วมมีมากกว่าปกติอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Kapook.com ทั้ง @iwhale, @DearAnNie, @Fai_naja รวมถึงทีมงานทุกๆ คนนะครับที่ให้การดูแล ต้อนรับ และช่วยเหลือเป็นอย่างดี ถือเป็นงาน event ที่ประทับใจอีกงานเลยทีเดียว ทีมงานคงจะเหนื่อยน่าดูเพราะเห็นวิ่งกันวุ่นวายไปหมด เพราะกลัวไม่ทั่วถึง แต่สำหรับผมประทับใจ และขอบคุณมากๆ คับ แถมได้เสื้อสวยๆ ที่ให้มาแบบไม่มีกั๊กทุกๆที่นั่ง และขอขอบคุณ @OaddybeinG เป็นพิเศษนะครับที่จัดที่นั่งดีๆ ให้ผมและเพื่อนๆ ได้ดูหนังรอบพิเศษนี้ก่อนใคร คราวหน้ามีงานอะไรอีกชวนได้อีกนะคับ ยินดีเสมอๆ ฮะ อ๋อ มางานนี้ได้เจอเพื่อนใน twitter เพิ่มอีกหลายคนเลยทีเดียว แม้ได้ทักบ้างหรือไม่ได้ทักบ้างแต่ก็รู้สึกอบอุ่นดีทีเดียวสำหรับครอบครัว twitter อย่า “ตัดเพื่อน” กันนะ

อย่าลืมไปดู 20th century boys เพื่อ “เอาสัญลักษณ์ของพวกเรากลับมาเถอะ !”

ปล. ดูรูปบรรยากาศบางส่วนของงาน 20th century boys ได้จาก Kapook.com และ Boydchan@Flickr

แบ่งปันกันอ่าน:
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Technorati
  • Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง