เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาพ่อผมไปผ่าตัด “ต้อกระจก” ที่โรงพยาบาลลาดพร้าว ซึ่งหมอได้ทำการนัดไว้เรียบร้อยแล้วว่าต้องขึ้นเขียง เอ้ยเตียงผ่าวันเสาร์ที่ 20.09.08 ผมก็รับหน้าที่พาพ่อไปโรง’บาล แล้วก็ดูแลจนถึงกลางคืน เพราะว่าพ่อต้องนอนดูอาการ 1 คืน แม่ก็ติดงานด่วน ส่วนพี่ชายก็พึ่งเลิกงานตอนเช้ามืด ซึ่งแม่จะมาเฝ้าตอนกลางคืน และพี่จะมาเยี่ยมพ่อตอนกลางคืนเช่นกัน ส่วนผมก็ดูแลพ่อวันเสาร์ทั้งวันจนแม่มาที่โรง’บาล จึงสลับกัน ผมก็กลับบ้านไปพักผ่อน ส่วนพี่ก็มาค่ำๆ หน่อย การผ่าตัดก็เป็นไปด้วยดี พ่อปลอดภัยทุกอย่าง แต่ก็ต้องดูแลตาให้ดีตามคำแนะนำของหมอในช่วง 2 เดือนหลังการผ่าตัด ส่วนวันอาทิตย์ก็ไม่มีอะไร ตื่นแต่เช้าออกไปหาพ่อที่โรง’บาล สลับกับแม่ เพราะต้องกลับมาทำงานต่อ ก็อยู่เฝ้า รอเคลียร์ประกันสุขภาพ และประกันสังคมซึ่งดีมากที่ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเลยสักบาท บิลโดยรวมทั้งหมด 3x,xxx บาท แต่ใช้สิทธิ์ทั้ง 2 ประเภทคู่กันเลยทำให้ไม่ต้องจ่ายค่ารักษา พยาบาลเลย ก็พาเขากลับบ้าน เหมือนพ่อจะดีใจที่ได้กลับบ้านไปพักผ่อนที่บ้าน

ที่เขียนมาไม่ได้อยากมาอวดว่าทำตัวดี เป็นลูกที่ดี ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เลย เพราะจะชอบหงุดหงิดกับพ่อ แม่บ่อยๆ 555 แต่ที่เขียนวันนี้มันเกี่ยวกับ twitter ครับ ซึ่งผมมองเห็นแง่มุมดีๆ ของ twitter เพิ่มเติมอีก 1 อย่าง นอกจากการเป็น Social Network สุดฮิต เอามา promote blog เป็น marketing tool หรือเอามา update สถานการณ์บ้านเมืองอย่างรวดเร็วฉับพลัน แต่ข้อดีอีกข้อก็คือ “twitter เป็นแหล่งรวมข้อความอวยพร และให้กำลังใจให้กับพ่อผม” เพราะว่า tweet เกี่ยวกับการผ่าตัดต้อกระจกของพ่อเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 19.09.08 และวันเสาร์ก็ tweet ตอนที่อยู่โรง’บาล เพราะว่านั่งรอการผ่า และเฝ้าพ่อไม่มีอะไรทำ เปิดโทรศัพท์มา tweet ผ่าน jibjib ดีกว่า ก็มีเพื่อนๆ ใน twitter ได้ส่งข้อความให้กำลังใจพ่อผมมา ทำให้ผมรู้สึกขอบคุณทุกๆ ข้อความที่ส่งผ่าน twitter มาให้พ่อผม ถือเป็นกำลังใจให้พ่อผมได้ดีเลยฮะ

ดังนั้น blog นี้จึงขอเขียนให้กับเพื่อนๆ ที่ tweet มาให้กำลังใจพ่อผม และแง่มุมดีๆ ที่เราได้จากการเล่น twitter ด้วยฮะ

ขอบคุณ @dekads, @sweetener, @pradt และ @inmydream สำหรับข้อความที่ tweet มาให้นะฮะ

แบ่งปันกันอ่าน:
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Technorati
  • Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง