Wrost KoKhun

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาสมาคม “Jew Club” หรือสมาคมชาวยิว กินแหลก แXกไม่หยุด (ขอ censor ตัวเอง) ประกอบไปด้วยเพื่อนสมัยมัธยม 6 – 9 คน (เนื่องจากจะมีขาจร และขาประจำจำนวนเลยไม่แน่นอน) ที่รวมกลุ่มกันเพื่อท่องกรุงเทพฯ และปริมณฑล หาของกินที่อร่อยๆ มาบำรุง บำเรอท้องของตัวเอง สาเหตุที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “Jew Club” เพราะว่า พวกเราสันนิษฐานว่า ชาวยิวที่ถูกชาวเยอรมันสังหารหมู่ที่ “ค่ายกักกันเอาช์วิตซ์” ไปหลายแสนคนนั้น สาเหตุที่ชาวยิวโดนสังหารหมู่นั้น เนื่องมาจากมีความตะกละตะกราม กินอาหาร และเสบียงอย่างหิวโหย เลยโดนทหารของนาซีสังหารหมู่ โดยการรมแก๊ส NGV และ LPG รวมถึงการทรมาณต่างๆ นาๆ พวกเพื่อนของผมเล็งเห็นถึงความหิวกระหายของชาวยิวเป็นสิ่งที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เลยตั้งชื่อสมาคมนี้ว่า “JEW Club” (เรื่องทั้งหมดแต่งขึ้นนะครับ อย่าไปเอาสาระอะไรมากกับกลุ่มคนที่ชอบหาของอร่อยๆ กิน แล้วหาเหตุผลให้กลุ่มตัวเองมีความชอบธรรมในการกระทำนี้)

จริงๆ วันนี้ไม่ได้จะมาพูดถึงสมาคม “Jew Club” อะไรหรอก แต่ว่าเผอิญวันนี้ไปกิน “โพนยางคำ” ซึ่งถือเป็นของโปรดของพวกเพื่อนๆ และส่วนตัวก็ชอบกินเนื้อด้วย เลบสรรหาร้านโพนยางคำ อร่อยๆ กินกัน ตอนแรกว่าจะไปกินที่ “นวลจันทร์” คนล้นออกมานอกร้าน เลยเปลี่ยนใจ จะไปร้านที่สะพานเหล็กหลัง ม.จันทรเกษม ก็โดนเพื่อนๆ เสนอแทรกมาว่าลองไปกินตรง “เกษตร-นวมินทร์” ดูไหม มันเคยไปกินกันมาแล้วโอเค อาหารธรรมดาๆ แต่ว่าบริการใช้ได้ และเร็วด้วย ด้วยความหิวโหย เลยเปลี่ยนใจตามเพื่อนตรงดิ่งไปลองของใหม่ดีกว่า

ชื่อร้าน “โคขุน โพนยางคำ อีสาน-ซีฟู๊ด” ชื่อเหมือนร้านทั่วๆไป ร้านก็ใหม่ๆ โล่งๆ สะอาดดีครับ คนก็เยอะ เต็มร้านดี แต่ว่าก็ยังพอมีที่นั่งเหลือให้พวกเราได้ลองกันบ้าง ด้วยความหิวโหย ก็สั่งแบบไม่ยั้ง กิน 6 คนเนื้อชุดแรกที่สั่งก็ประมาณ 8 จาน (ชุดเติมย่าง) บวกต้มแซ่บ ส้มตำ ข้าวเหนียว ไส้ย่าง แรกๆ ก็อาหาร เครื่องดื่มมาไม่ขาด เนื้อมา 2 จาน น้ำดื่มเสิร์ฟเรียบร้อย แต่พอสักพัก เริ่มช้า นานๆ ทีมาเสิร์ฟ รอจนเตาไหม้ ก็ยังไม่มา ขอเนยไป กลับไปจดออเดอร์อีกโต๊ะ จนเพื่อน ตามแล้วตามอีกก็ยังไม่มา ตามกัปตันของโซนที่นั่งก็ยังไม่ได้รับการใส่ใจ จนเพื่อนทนไม่ไหว เลยเดินไปตามอาหารที่ครัว และไปเอาเนยมาเอง ก็ได้อาหารมาเพิ่ม พร้อมเนย หลังจากนั้นก็สั่งรอบใหม่อีกชุด ก็ยังช้าเหมือนเดิม เพื่อนก็ถาม ตามอาหาร และเผอิญก็เดินไปเพื่อจะตามอาหารอีกรอบ แต่ดันไปเดินตามหลังพนักงานคนที่ดูแลโต๊ะอาหาร ก็ได้ยินคำพูดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับร้านอาหาร ที่ต้องใส่ใจกับการบริการเป็นสำคัญว่า

“โมโหหิวมาจากไหน รอไม่ได้หรือไง”

เพื่อนก็สวนกลับไปด้วยความโมโหว่า

“เออ ใช่โมโหหิว เลยต้องมาตามเองไง”

ไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อเมื่อได้ฟังอย่างงี้ ทำให้ความหิว ความอยากหายไปเลย หมดอารมณ์ และก็มีพนักงานคนอื่นมาบริการที่โต๊ะ เสิร์ฟน้ำ เก็บจาน และเพื่อนผมที่นั่งหัวโต๊ะ ก็เหลือบไปเห็นพนักงานส่งสายตาหากัน ด้วยอารมณ์ และหน้าตาไม่อยากบริการโต๊ะนี้ วุ่นวาย หลังจากนั้นสักพักก็เช็คบิลออกมาจากร้านด้วยอารมณ์เซ็งๆ พร้อมกับลงความเห็นตรงกันว่า คงไม่มีครั้งหน้าสำหรับร้านนี้อีกแล้วตลอดชีวิต…

สำหรับรสชาติเนื้อ และน้ำจิ้มผมว่าโอเค หลากหลาย และใช้ได้เลยทีเดียว แต่เรื่องของบริการนั้น ทำให้ผมเสียความรู้สึกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการนินทาลูกค้า ที่โชคร้ายหน่อยที่เพื่อนผมดันได้ยินกับหู และการแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางว่าไม่อยากให้บริการ เบื่อเซ็งให้ ล/ค เห็นอีก ซึ่งการกระทำของพวกผม เช่นการตามอาหาร หรือการรอไม่ไหวแล้วเดินไปเอาเองนั้น อาจจะทำให้ร้านเสียภาพลักษณ์ในการที่ต้องให้ ล/ค เดินไปเอาเอง พวกผมก็รู้ แต่ว่าถ้าหากว่ามีการสื่อสารกับ ล/ค ที่ดี หรือตามอาหารให้ด้วยความใส่ใจ หรือเดินไปตามอาหารให้ก่อนจะรับออเดอร์โต๊ะใหม่ อย่างน้อยบอกคนอื่นไปตามแทนก็ได้ แต่การที่ ล/ค ถูกละเลย แล้วต้องไปตามอาหารเองนั้น ทางร้านก็ต้องรู้แล้วว่าเกิดความผิดพลาดในการให้บริการ หรืออย่างน้อยให้ความใส่ใจมากขึ้นอีกนิดก็ยังดี ไม่ใช่นินทา ล/ค และทำหน้าไม่พอใจใส่ ล/ค อันนี้่อาจจะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ ของคนกลุ่มนึง ซึ่งคนอื่นๆ อาจจะรู้สึกดี หรือประทับใจกับร้านนี้ ก็ไม่ว่ากันครับ แต่ผมก็ขอเสนอความเห็นอีกมุมของ ล/ค ที่ได้รับประสบการณ์อย่างนี้มา พวกคุณคงไม่ต้องให้บริการ ล/ค โมโหหิว ขี้หงุดหงิดอย่างพวกผมอีกต่อไปแล้วหล่ะครับ ขาดพวกผมไป คุณก็คงจะมี ล/ค เจ้าอื่นๆ มาใช้บริการ หรือกินของคุณเหมือนเดิม รายได้ของร้านคงไม่หายไปไหนเท่าไหร่ แต่อยากให้ลองเอาความคิดเห็นของพวกผมสะท้อนแง่มุมของ ล/ค ที่ได้รับบริการจากร้านคุณได้บ้าง…

ลาก่อนตลอดกาล “โคขุน โพนยางคำ อีสาน-ซีฟู๊ด”

แบ่งปันกันอ่าน:
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Technorati
  • Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง