ลาขาด…โคขุน โพนยางคำ (อีสาน-ซีฟู๊ด)
Posted Sep.15, 2008 in My Diary
Tweet
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาสมาคม “Jew Club” หรือสมาคมชาวยิว กินแหลก แXกไม่หยุด (ขอ censor ตัวเอง) ประกอบไปด้วยเพื่อนสมัยมัธยม 6 – 9 คน (เนื่องจากจะมีขาจร และขาประจำจำนวนเลยไม่แน่นอน) ที่รวมกลุ่มกันเพื่อท่องกรุงเทพฯ และปริมณฑล หาของกินที่อร่อยๆ มาบำรุง บำเรอท้องของตัวเอง สาเหตุที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “Jew Club” เพราะว่า พวกเราสันนิษฐานว่า ชาวยิวที่ถูกชาวเยอรมันสังหารหมู่ที่ “ค่ายกักกันเอาช์วิตซ์” ไปหลายแสนคนนั้น สาเหตุที่ชาวยิวโดนสังหารหมู่นั้น เนื่องมาจากมีความตะกละตะกราม กินอาหาร และเสบียงอย่างหิวโหย เลยโดนทหารของนาซีสังหารหมู่ โดยการรมแก๊ส NGV และ LPG รวมถึงการทรมาณต่างๆ นาๆ พวกเพื่อนของผมเล็งเห็นถึงความหิวกระหายของชาวยิวเป็นสิ่งที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เลยตั้งชื่อสมาคมนี้ว่า “JEW Club” (เรื่องทั้งหมดแต่งขึ้นนะครับ อย่าไปเอาสาระอะไรมากกับกลุ่มคนที่ชอบหาของอร่อยๆ กิน แล้วหาเหตุผลให้กลุ่มตัวเองมีความชอบธรรมในการกระทำนี้)
จริงๆ วันนี้ไม่ได้จะมาพูดถึงสมาคม “Jew Club” อะไรหรอก แต่ว่าเผอิญวันนี้ไปกิน “โพนยางคำ” ซึ่งถือเป็นของโปรดของพวกเพื่อนๆ และส่วนตัวก็ชอบกินเนื้อด้วย เลบสรรหาร้านโพนยางคำ อร่อยๆ กินกัน ตอนแรกว่าจะไปกินที่ “นวลจันทร์” คนล้นออกมานอกร้าน เลยเปลี่ยนใจ จะไปร้านที่สะพานเหล็กหลัง ม.จันทรเกษม ก็โดนเพื่อนๆ เสนอแทรกมาว่าลองไปกินตรง “เกษตร-นวมินทร์” ดูไหม มันเคยไปกินกันมาแล้วโอเค อาหารธรรมดาๆ แต่ว่าบริการใช้ได้ และเร็วด้วย ด้วยความหิวโหย เลยเปลี่ยนใจตามเพื่อนตรงดิ่งไปลองของใหม่ดีกว่า
ชื่อร้าน “โคขุน โพนยางคำ อีสาน-ซีฟู๊ด” ชื่อเหมือนร้านทั่วๆไป ร้านก็ใหม่ๆ โล่งๆ สะอาดดีครับ คนก็เยอะ เต็มร้านดี แต่ว่าก็ยังพอมีที่นั่งเหลือให้พวกเราได้ลองกันบ้าง ด้วยความหิวโหย ก็สั่งแบบไม่ยั้ง กิน 6 คนเนื้อชุดแรกที่สั่งก็ประมาณ 8 จาน (ชุดเติมย่าง) บวกต้มแซ่บ ส้มตำ ข้าวเหนียว ไส้ย่าง แรกๆ ก็อาหาร เครื่องดื่มมาไม่ขาด เนื้อมา 2 จาน น้ำดื่มเสิร์ฟเรียบร้อย แต่พอสักพัก เริ่มช้า นานๆ ทีมาเสิร์ฟ รอจนเตาไหม้ ก็ยังไม่มา ขอเนยไป กลับไปจดออเดอร์อีกโต๊ะ จนเพื่อน ตามแล้วตามอีกก็ยังไม่มา ตามกัปตันของโซนที่นั่งก็ยังไม่ได้รับการใส่ใจ จนเพื่อนทนไม่ไหว เลยเดินไปตามอาหารที่ครัว และไปเอาเนยมาเอง ก็ได้อาหารมาเพิ่ม พร้อมเนย หลังจากนั้นก็สั่งรอบใหม่อีกชุด ก็ยังช้าเหมือนเดิม เพื่อนก็ถาม ตามอาหาร และเผอิญก็เดินไปเพื่อจะตามอาหารอีกรอบ แต่ดันไปเดินตามหลังพนักงานคนที่ดูแลโต๊ะอาหาร ก็ได้ยินคำพูดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับร้านอาหาร ที่ต้องใส่ใจกับการบริการเป็นสำคัญว่า
“โมโหหิวมาจากไหน รอไม่ได้หรือไง”
เพื่อนก็สวนกลับไปด้วยความโมโหว่า
“เออ ใช่โมโหหิว เลยต้องมาตามเองไง”
ไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อเมื่อได้ฟังอย่างงี้ ทำให้ความหิว ความอยากหายไปเลย หมดอารมณ์ และก็มีพนักงานคนอื่นมาบริการที่โต๊ะ เสิร์ฟน้ำ เก็บจาน และเพื่อนผมที่นั่งหัวโต๊ะ ก็เหลือบไปเห็นพนักงานส่งสายตาหากัน ด้วยอารมณ์ และหน้าตาไม่อยากบริการโต๊ะนี้ วุ่นวาย หลังจากนั้นสักพักก็เช็คบิลออกมาจากร้านด้วยอารมณ์เซ็งๆ พร้อมกับลงความเห็นตรงกันว่า คงไม่มีครั้งหน้าสำหรับร้านนี้อีกแล้วตลอดชีวิต…
สำหรับรสชาติเนื้อ และน้ำจิ้มผมว่าโอเค หลากหลาย และใช้ได้เลยทีเดียว แต่เรื่องของบริการนั้น ทำให้ผมเสียความรู้สึกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการนินทาลูกค้า ที่โชคร้ายหน่อยที่เพื่อนผมดันได้ยินกับหู และการแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางว่าไม่อยากให้บริการ เบื่อเซ็งให้ ล/ค เห็นอีก ซึ่งการกระทำของพวกผม เช่นการตามอาหาร หรือการรอไม่ไหวแล้วเดินไปเอาเองนั้น อาจจะทำให้ร้านเสียภาพลักษณ์ในการที่ต้องให้ ล/ค เดินไปเอาเอง พวกผมก็รู้ แต่ว่าถ้าหากว่ามีการสื่อสารกับ ล/ค ที่ดี หรือตามอาหารให้ด้วยความใส่ใจ หรือเดินไปตามอาหารให้ก่อนจะรับออเดอร์โต๊ะใหม่ อย่างน้อยบอกคนอื่นไปตามแทนก็ได้ แต่การที่ ล/ค ถูกละเลย แล้วต้องไปตามอาหารเองนั้น ทางร้านก็ต้องรู้แล้วว่าเกิดความผิดพลาดในการให้บริการ หรืออย่างน้อยให้ความใส่ใจมากขึ้นอีกนิดก็ยังดี ไม่ใช่นินทา ล/ค และทำหน้าไม่พอใจใส่ ล/ค อันนี้่อาจจะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ ของคนกลุ่มนึง ซึ่งคนอื่นๆ อาจจะรู้สึกดี หรือประทับใจกับร้านนี้ ก็ไม่ว่ากันครับ แต่ผมก็ขอเสนอความเห็นอีกมุมของ ล/ค ที่ได้รับประสบการณ์อย่างนี้มา พวกคุณคงไม่ต้องให้บริการ ล/ค โมโหหิว ขี้หงุดหงิดอย่างพวกผมอีกต่อไปแล้วหล่ะครับ ขาดพวกผมไป คุณก็คงจะมี ล/ค เจ้าอื่นๆ มาใช้บริการ หรือกินของคุณเหมือนเดิม รายได้ของร้านคงไม่หายไปไหนเท่าไหร่ แต่อยากให้ลองเอาความคิดเห็นของพวกผมสะท้อนแง่มุมของ ล/ค ที่ได้รับบริการจากร้านคุณได้บ้าง…
ลาก่อนตลอดกาล “โคขุน โพนยางคำ อีสาน-ซีฟู๊ด”
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tags: ค่ายกักกันเอาช์วิตซ์, เกษตร-นวมินทร์, เนื้อย่าง, โคขุน, โพนยางคำ






September 15th, 2008 on 10:22 am
เคยแต่ผ่านๆ แฮะร้านนี…..เคยคิดจะลองเหมือนกัน…แฮ่ๆๆ เพราะเคยกินแต่ที่นวลจันทร์
เดี๋ยวนี้ ไปไหนก็เจอแต่โคขุนๆๆๆ เต็มไปหมด แถวบ้านยังมีเลยอ่ะคะ
ชื่อมันดึงดูดจริงๆ -_-’
September 15th, 2008 on 11:58 am
แสดหัวอกเดียวกัน เอจ ทำมารายาท กับลูกค้าไม่ดี
September 15th, 2008 on 7:54 pm
อารมณ์เสีย!!
September 20th, 2008 on 6:17 am
นวลจันทร์เด็ดมาก
September 22nd, 2008 on 12:31 am
อ่ะ ม่ายยยยยยู้ แดกแล้วแดกเลย ขี้แตกด้วยว่ะ
September 22nd, 2008 on 5:12 am
แม่งห่วยจริงๆหวะ ขอให้แม่งเจ๊งไวๆ
December 4th, 2008 on 5:41 am
จริงๆแล้วร้านนี้ลูกทุ่งตั้งแต่เจ้าของร้านเลย แต่ถ้าคนระดับกลางถึงสูงมากินก็จะรู้สึกแย่ แต่ถ้านึกึกถึงรสชาติลูกค้าก็กลับมาอีก ตกลงอยู่ที่ลูกค้าต้องการอะไร
และวแต่จะคิดกันนะครับ
December 13th, 2008 on 1:53 am
คุณไปวันศุกร์ก็งี้แหละ…ทำใจ
December 13th, 2008 on 10:13 pm
@เอก ผมก็คนธรรมดานะ ไปกินกับเพื่อนแบบชาวบ้านทั่วไป ไม่ได้ไฮโซมาจากไหน แต่ที่รับไม่ได้คือมารยาทของพนักงานในร้าน กับการปฎิบัติตัวต่อหน้าลูกค้าครับ เรื่องของรสชาติเนี่ยยอมรับว่าใช้ได้ฮะ
@sasi ผมไปวันอาทิตย์นะฮะ แต่อาจจะหนักกว่าวันศุกร์ก็ได้มั่งไม่แน่ใจเหมือนกันฮะ
January 28th, 2009 on 11:12 am
วันนี้ไปกินที่สาขานวลจันทร์มา ก็บริการไม่ดีเหมือนกันโซนที่เรานั่ง จะมีพนักงานเป็นกะทยคอย บริการอยู่ 3 คน ชื่อ อุ้ย โซน โย บริการได้ยอดแย่มาก เราสั่งหมู มาย่างเอง มาแต่หมูสด เตาก็ไม่มา กะทะเหล็ก ก็ไม่มา พอเราตาม ก็ไม่มีใคร หน้าไหนสนใจ พอ ตามบ่อยก็ชัก หนังหน้าไม่พอใจ พอเอา กะทะมาให้ก็วางกระแทกอย่างแรง เราก็ยังไม่คิดอะไร พอรอบสองสั่งน้ำไปก็เอาน้ำมาวางกระแทกอย่างแรงอีก เราก็ไม่พอใจนะ แถมยังจับกลุ่มคุยกันไม่สนใจลูกค้า พอเราเรียกทำเป็นยุ่งไม่บริการ พอเซ็คบิลเสร็จเราก็เลยวางตังค์ทอนไว้ 1 บาท เพื่อที่อยากจะบอกให้รู้คุณไม่บริการเราคุณก็เอาไปแค่นี้จะได้พิจารณาตัวเอง แต่ไม่ค่ะกะเทยชื่อโซนมายืนดักเราตรงที่ลานจอดแล้วเคาะกระจกรถเอาเงินมาคืนโยนเข้ามาในรถ แล้วสบถคำด่า เราว่าสัตว์เดรัจฉานเขาคงคิดว่าเราคงไม่ได้ยินเพราะเดินหันหลังไปแล้วค่อยพูด น้องเราที่อยู่ในรถดันได้ยิน แล้วด่ากลับเหมือนกัน เราเลยต้องไปคุยกับเจ้าของร้านเพื่อให้รู้ว่าเด็กเขาเป็นอย่างไร ตอนแรกจะกลับแล้วแต่คนที่โบกรถให้ บอกว่าคุยกับเจ้าของร้านได้ เพราะเขาเห็นลูกค้าบ่นเยอะกับเขาตอนกลับเยอะมาก ถ้าอาหารอร่อย แต่บริการไม่ดีก็ไม่อยากไปอีกแล้ว ร้านอร่อยที่บริการดีมีอีกเยอะ ถ้าใครจะไปสาขานวลจันทร์ก็ระวังกะเทย 3 คน นี้ให้ดี และเท่าที่มองดูไม่รูว่าเขาให้พนักงานหยิบกินอารหารที่เหลือจากโต๊ะลูกค้าได้ด้วยหรือเปล่า เพราะเราเห็น 1 ในกะเทย ยืนหยิบกินอาหารที่ลูกค้าเซ็คบิลแล้ว มีเวลากินแต่ไม่มีเวลาบริการลูกค้า แย่จริงๆ ฝากถึงเจ้าของร้านสาขานวลจันทร์ด้วยถ้าอ่านเจอ พนักงานที่มารยาทไม่ดีที่เป็นส่วนน้อย อาจทำให้คุณไม่มีลูกค้าประจำเพิ่มได้ เราอุตส่าห์พาเพื่อนมาจากพระราม 2 เพื่อมากินร้านนี้ผิดหวังจริงๆๆๆ
April 15th, 2009 on 2:34 am
ร้านนี้ผมเคยไปแล้ว ก็รสชาติดี บริการอย่าไปหวังเลย
ไปร้านนี้ทำใจก่อนไป ถ้าเกิน 4 คนอย่าไปกิน
โดนโกงชัวร์ 100% ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจโกงนะ แต่ของมันมาไม่ครบแล้วเราก็ไม่มีทางรู้ เพราะคนมันเยอะมาก ทำยังไงก็ม่ไม่ครบ อ้าวคนนู้นสั่งใหม่ คนนี้สั่งใหม่ ก็มาบ้างไม่มาบ้าง สุดท้ายต้องจ่ายหมดโดยเช็คไม่ได้เลยว่ามาครบมั้ย
ต้องกินแบบว่า ทีละรอบ มาให้ครบรอบแรกก่อนค่อยสั่งใหม่ ไม่ครบก็ทวงให้ครบให้ได้ นับไว้ให้ดีว่าอะไรมาไม่มา
ผมไม่ติดใจอะไรมากนะ เพราะเข้าใจว่ามันคนเยอะ แต่ก็เรียกว่าไม่ดีแหละ จ้างคนเพิ่มเถอะ
June 21st, 2009 on 11:50 pm
ตอนนี้ที่เชียงใหม่ ทางสหกรณ์ฯ ร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจทางภาคเหนือ เปิดร้านโคขุนโพนยางคำ เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการแล้วนะครับ อยู่ที่ ใกล้ ๆ กับโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ถนนคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 05322-1111
June 25th, 2009 on 5:31 pm
สหกรณ์ มาเองเลยหรือครับ ถ้าจริงจะได้ตัดปัญหา เรื่องของปลอม ที่กรุงเทพ มีร้านใช้ชื่อโพนยางคำเยอะมาก ไม่รู้ว่าอันไหนจริงปลอม
October 3rd, 2009 on 3:50 pm
เราก็ไปกินทั้งเกษตร-นวมินทร์และนวลจันทร์นะ เพราะเป็นคนชอบเนื้อโพนยางคำอยู่แล้ว ขอเล่าเรื่องจริงๆให้ฟังน่ะ ที่เกษตร-นวมินทร์ยังสุภาพกว่านวลจันทร์มาก อาจจะเป็นเพราะร้านเค้าพึ่งรับพนักงานมาใหม่มั้ง เพราะไปทุกครั้งก็บริการดี ใส่ใจลูกค้า และอาหารก็เร็วดีทั้งที่คนเต็มร้าน ต่างกับนวลจันทร์ที่อาหารไม่ค่อยได้แล้วยังบริการแสนห่วย ส่วนเรื่องความสกปรกและหนูเยอะนั้นเหมือนเป็นสัญญาลักษณ์ของนวลจันทร์เค้าล่ะ รสชาติของทั้ง 2 ร้านสูสีคู่คี่กันนะ ลาบที่นวลจันทร์อร่อยดี แต่น้ำจิ้มของเกษตร-นวมินทร์อร่อยกว่าน่ะ และที่เกษตร-นวมินทร์ใช้เนยแท้ แต่นวลจันทร์ใช้มาการีนแทนเนย ต่างกันอย่างสุดท้ายคือ นวลจันทร์เค้าสร้างทีมงานโจมตีร้านอื่นทางอินเตอร์เน็ท สังเกตุได้เลยถ้าคนเก่งเรื่องคอมฯจะดูออกน่ะ (อย่าไปเชื่อห้องก้นครัว-เว็ปพันทิพย์ เพราะทีมงานเค้าเองแหละ)
October 4th, 2009 on 9:02 am
ต่างคน ต่างประสบการณ์ฮะ ของผมเองไปร้านที่เกษร นวมินทร์แล้วเจอเรื่องไม่ดีเลยเอามาเขียน blog แต่ว่าผมไม่ใช่ทีมงานของเขาแน่นอนครับ นวลจันทร์มีดีเรื่องเนื้อ แต่เรื่องการใช้มาการีนผมก็ไม่ชอบเหมือนกันฮะ แต่ถ้าไปร้านนวลจันทร์แล้วอยากได้บริการดีๆ ถามหา “น้องยะ” ได้เลยฮะ
October 8th, 2009 on 3:10 pm
เราว่าร้านนี้บริการดีออก อาหารก็เร็ว ที่สำคัญสะอาดกว่าทุกร้านที่เคยไปกินน่ะ เคยเจอคนระดับคุณชวน หลีกภัยไปกินที่ร้านนี้มาแล้วน่ะ เราว่าร้านนี้โอเคน่ะ
May 18th, 2010 on 8:03 pm
เนื้อโคขุนโพนยางคำของจริงนะ ไม่สามรถที่จะหามาได้มากขนาดนั้น ส่วนมากร้านที่เปิดจะ อ้างว่าโคขุนโพนยางคำ เพราะมีการเลี้ยงวัวแบบธรรมดาทั่วไป ( เลี้ยงวัวแถวบ้านโพนยางคำ ) แต่ไม่ใช่ของสหกรณ์โพนยางคำ นั้นคือเนื้อโคขุนแท้ๆ ขนาดผมเป็นคนสกลนคร ถ้าอยากจะกินเนื้อโคขุนจะต้องไปซื้อที่ร้านสหกรณ์โพนยางคำเท่านั้น และไปแล้วก็ใช่ว่าจะได้มากินทุกครั้ง เพราะว่ามีหมดด้วย ไปแล้วอาจไม่ได้เนื้อมา แล้วที่ทุกท่านกิน ที่กรุงเทพ มีคนเคยคิดหรือไม่ว่า เขาเอาเนือ้โคขุนโพนยางคำ หรือเนื้อจากโรงงานฆ่าสัตว์ทั่วไปมาแอบอ่างว่าเป้นเนื้อโคขุนโพนยางคำ
May 18th, 2010 on 9:20 pm
Re: ต้อย สกลนคร “ประเด็นนี้น่าคิดมากครับ ทำเอาผมอิจฉาคุณต้อยที่เป็นชาวสกลนครเลยครับ ที่ได้มีโอกาสกินโพนยางคำของแท้
”
May 18th, 2010 on 9:37 pm
นับว่าแย่หน่อย ที่ได้ไปทานในวันซวยๆ และเจอพนักงานห่วยๆ แบบนั้น ต้องทำใจครับ เรื่องบางเรื่องมันสอนกันไม่ได้ หรืออาจจะเพราะเจ้าของร้านละเลยในการอบรมพนักงานให้มี service mind มากกว่านี้ ยิ่งถ้าวันที่คนมาก พนักงานมักจะไม่ค่อยเต็มใจให้บริการ
หลังๆ ก็ไม่ได้ไปกินแล้วล่ะ ร้านนี้ เลยไม่ค่อยได้ระลึกถึงความรู้สึกด้านลบต่อร้าน จำได้แต่อาหารที่เอร็ดอร่อยในวันที่ไปกินหนแรกๆ เท่านั้น
June 19th, 2010 on 7:41 pm
เนื้อโคโพนยางคำหรือเนื้อไทยเฟรนซ์ (Thai-French Natural Beef)
หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า “โพนยางคำ” มาแล้ว หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า โพนยางคำคือ อะไรและแปลว่า อะไร จริงๆแล้วนั้น โพนยางคำ เป็นชื่อของหมู่บ้านในจังหวัดสกลนครที่เป็นที่ตั้งของสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นร้านอาหารหลายๆร้านใช้ชื่อ โพนยางคำ เพราะ ว่า สหกรณ์ไม่หวงลิขสิทธิ์ในการใช้ชื่อ ขอให้ทุกร้านใช้เนื้อโพนยางคำของจริงก็พอ เพราะเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีหลายๆร้านที่ไม่ใช้เนื้อโพนยางคำของแท้
เพราะฉะนั้น ไม่มีร้านอาหารไหนที่สามารถอ้างได้ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของเนื้อโพนยางคำ จะมีก็แต่สหกรณ์เท่านั้นที่เป็นเจ้าของเนื้อโพนยางคำที่แท้จริง
เนื้อโคขุนโพนยางคำ หรือ เนื้อไทยเฟรนช์ (Thai-French Natural Beef) เป็นเนื้อโคคุณภาพสูงทัดเทียมเนื้อนำเข้า ที่ผลิตโดย สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จังหวัดสกลนคร โดยมีการดูแลควบคุมมาตรฐานการผลิตตั้งแต่การเลี้ยงโคของสมาชิก การจัดหาพันธุ์ การผลิตอาหารข้น การชำแหละและตัดแต่งตามหลักสากล การบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ จนได้เนื้อโคที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย สำหรับผู้บริโภค เป็นต้นแบบของการรวมกลุ่มผู้ผลิตที่มีการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิต สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชนอย่างแท้จริง
โคขุนโพนยางคำ เป็นลูกโคผสมที่เลื้ยงในจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร หนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง โดยสมาชิกของสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด การขุนจะขังโคไว้ในคอกตลอด เพื่อไม่ให้โคได้ออกกำลัง อาหารที่ให้จะเป็นอาหารข้นและกากน้ำตาลเป็นหลัก เพื่อให้โคสร้างเนื้และไขมันแทรก ในเนื้อโดยไม่ใช้ฮอร์โมนและสารเร่งโต ทำให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติอร่อยเป็นที่มาของชื่อ “โคขุนโพนยางคำ” หรือที่รู้จักกันอีกในชื่อเนื้อไทย-ฝรั่งเศษ ” Thai-FRENCH Beef ” (T.F) พ่อพันธุ์ จะใช้น้ำเชื้อสายพันธุ์ยุโรปสายเลือดแท้ 100 % เพื่อใช้ผสมเทียมได้แก่ พันธุ์ซาโรเลส์ (Charoiais) ถิ่นกำเนิดปรเทศฝรั่งเศส
พันธุ์ซิมเมนทอล (Simmental) ถิ่นกำเนิดประเทศสวิสเชอร์แลนด์
พันธุ์ลิมูซิน (Limusin) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส
แม่พันธุ์ เป็นโคลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองที่ทนทานต่อสภาพอากาศและพันธุ์บราห์มันที่มีโครงสร้างใหญ่
โคลูกผสม ที่ได้จะเหมาะสำหรับเลี้ยงในสภาพภูมิอากาศของไทยมีลักษณะพันธุ์ดังนี้
โคพื้นเมือง 25%
โคบราห์มัน 25%
โคสายพันธุ์ยุโรป 50%
โคที่จะขุนต้องมีอายุ 2 ปีขึ้นไป ต้องมีการถ่ายพยาธิก่อนขุนและก่อนนำมาชำแหละ 3 เดือน ใช้เวลาขุนอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไปจึงนำมาชำแหละ แล้วบ่มซาก (Aging) ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ 3 องศา อย่างน้อย 7 วันก่อนจะขนส่งโดยรถห้องเย็นมาที่ร้านขายเนื้อของสหกรณ์ที่กรุงเทพฯ และเก็บรักษาเนื้อในห้องเย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 3 องศา
เนื้อโคขุนโพนยางคำ จึงเป็นเป็นเนื้อโคธรรมชาติ (Natural Beef) ที่ปราศจากฮอร์โมนหรือสารเร่งการเจริญเติบโต ตลอดจนยาปฏิชีวนะทุกชนิด (Free from Hormones or Growth Promotants & Antibiotics) และมีการขึ้นทะเบียนเลี้ยงขุนโดยสมาชิกสหกรณ์ฯโพนยางคำโดยมีการวางระบบการผลิตที่ควบคุม และกำกับดูแลครบวงจร ตั้งแต่ลูกโคเกิด การเลี้ยงดู การเลี้ยงขุน จนถึงกระบวนการผลิตเป็นเนื้อโคขุน และสามารถตรวจสอบได้ตลอดวงจรการผลิต (Traceability) ทำให้ได้เนื้อโคที่มีความนุ่มมาก และมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อ (marbling) ได้ผ่านขั้นตอนการบ่มเนื้อ ภายใต้อุณหภูมิการเก็บรักษาเนื้อในห้องเย็น 0 – 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 7-14 วัน ก่อนการจำหน่าย มีคุณภาพทัดเทียมกับเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ สะอาด ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
ในช่วงเริ่มต้นการทำตลาดของสหกรณ์ (ตั้งแต่ปี 2524) สหกรณ์ฯ ได้วางเป้าหมายการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง เพื่อทดแทนการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศ โดยสหกรณ์ฯ พยายามมุ่งเป้าไปยังตลาดประเภทซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับบน ทำให้ ลูกค้าส่วนใหญ่ของ เนื้อโคขุนโพนยางคำ หรือ ในนาม Thai-French Natural Beef เป็นผู้บริโภคชาวต่างชาติ เชฟตามโรงแรม หรือร้านอาหารชื่อดัง (เช่น โชคชัยสเต็ก) แต่จะไม่ค่อยมีการกล่าวถึงที่มาของเนื้อที่ใช้ จนในระยะหลัง เริ่มมีการนำ เนื้อโคขุนโพนยางคำ มาใช้ในร้านอาหารประเภท ปิ้งย่าง จิ้มจุ่ม หรือชาบู ทำให้ เนื้อโคขุนโพนยางคำ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลให้มีร้านอาหารที่มีคำว่า “โพนยางคำ” อยู่ในชื่อ เกิดขึ้นอย่างมากมายในกรุงเทพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ ซื้อเนื้อจากสหกรณ์ แต่ก็มีบางร้านที่ไม่ได้ใช้เนื้อของสหกรณ์ หรือใช้เนื้ออย่างอื่นผสม ทำให้เกิดความไม่แน่ใจในคุณภาพเนื้อที่ขาย ตามร้านต่างๆ
June 26th, 2011 on 7:00 pm
มาทานแล้ว งั้นๆไม่ได้ดีสมราคาคุยสงสัยไม่ใช่เนื้อโคขุนแท้ เพราะบางร้านเนื้อธรรมดาๆก็ประมาณนี้ เลยสงสัยว่าโคขุนแท้ป่าว สำหรับการบริการ ก็น่าเห็นใจพนักงาน ร้านก็ยุ่ง คนก็แย่ เรื่องก็มาก เงินเดือนก็น้อย ลองถามพวกคุณๆ ที่ตำหนิ่พวกพนักงานหน่อยเถอะว่าถ้าให้คุณทำงานแบบพวกเค้า คุณจะทำได้นานแค่ไหน ดีแค่ไหน. อย่าคิดว่างานแค่นี้ชั้นทำได้ดีกว่าพวกนี้แน่
ประเมินตัวคุณเองดู ลองคิดในมุมกลับ สังเกตุลูกค้ารอบๆ คุณ แต่ละคนเยอะแค่ไหน ให้เกียร์ติเค้าบ้างมั้ย
อันนี้เป็นมุมมองจากคนที่ทำงานบริการเหมือนกัน
ถ้าเลือกได้ คงไม่มีใครอยากมาคอยรองมือรองเท้าคนอื่นหรอก… จริงมั้ย?
July 29th, 2011 on 9:07 pm
เหมือนกันแหล่ะ ปัญหาบริการ ฝากถึงเจ้าของสาขา 7 (อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ)โคขุน คุณทอง ค่ะ เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนเข้าไปนั่ง เจอลูกค้ากำลังไม่พอใจเรื่องการเสิร์ฟอาหารบุฟเฟ่ท์เนื่องจากสั่งไปแล้วก็ไม่มา เร่งแล้วก็ยังไม่มา วันนั้นเราก็เลยคิดว่า อ๋อ! ถ้าเป็นบุฟเฟ่ท์คงจะใช้กลเม็ดนี้เพื่อไม่ให้ลูกค้าสั่งได้เยอะเกินไป วันนั้นเราก็เลยคำนวณว่าถ้าเรากิน 4 คน ราคาบุฟเฟ่ท์ก็คงจะไล่เลี่ยกับที่เราสั่งเป็นเมนูดีกว่า เราเลยสั่งแบบไม่ใช่บุฟเฟ่ท์ แต่เรื่องมันนานมาแล้วเราก็ลืม เมื่อวานเรานึกอยากกินพวกจิ้มจุ่มบุฟเฟ่ท์ หมูกระทะ แนวๆนี้ขึ้นมา ก็เลยมากินที่โคขุนสาขา 7 นี้ และลืมเรื่องประเด็นการเสิร์ฟบุฟเฟ่ท์ไปแล้ว เลยต้องเซ็งในอารมณ์เพราะเจอเข้ากับตัวเอง สั่งเนื้อสไลด์ไป 3 อย่าง ตำถั่ว 1 จานเนื้อลวกจิ้ม 1 จาน ตับย่าง 1 จาน ลำดับการมาเสิร์ฟให้ คือ ผัก+น้ำจิ้ม ตามด้วย เตา+เนย, ซักพัก เนื้ออะไรไม่บอก 1 จาน เราก็ย่างกินไปเรื่อยๆ รอจานอื่น จนหมดก็ยังไม่มา ซักพักก็มาเสิร์ฟ ตับย่าง, แล้วก็อีกซักพักก็มาบอกว่าเนื้อลวกจิ้มใบพายหมดเปลี่ยนเป็นเนื้ออื่น, ซักพัก (7-10 นาที) ก็มาเสิร์ฟเนื้อลวก, ซักพักก็มาเสิร์ฟตำถั่ว และอีกพักใหญ่ก็ไม่มีอะไรมาเสิร์ฟ เลยตามพนักงานมาสั่งเพิ่มและแจ้งว่ายังไม่ได้ เนื้อสไลด์ที่สั่งไปอีกสองจาน (เนื้อหนอก+เนื้อลูกวัว) เลยได้รับแจ้งจากพนักงานว่า เนื้อลูกวัวมันหมด (อ้าว! ถ้าไม่เรียกมาถามจะรู้มั๊ยเนี่ย มีใครคิดจะแจ้งลูกค้ามั๊ยว่าอาหารที่ท่านรอเราจะไม่ได้มาเสิร์ฟให้) โอเค หมดก็ไม่เป็นไร ขอสั่งเนื้อสได์เพิ่มอีก 2 จาน เป็นเนื้อหนอก+สะไบ เอ้า! เรามารอกันต่อไป…ซักพัก ถ้าจะไม่ไหว เรียกพนักงานคนแรกที่รับเมนูเราตอนเข้าร้าน บอกว่ากินบุฟเฟ่ท์อย่างนี้ไม่ไหวมั้งน้อง พนักงานไปเอาบิลมาไล่เรียง สรุป ไอ้ที่สั่งไปเพิ่มน่ะ ไม่มีในรายการ และไอ้ที่สั่งไปก่อนหน้า ที่ว่าเนื้อหมดน่ะ ก็คือหมดน่ะ ไม่ได้มาถามว่าลูกค้าจะรับอย่างอื่นแทนมั๊ย เอ้อ! ไม่เป็นไร พี่อิ่มมาถึงคอหอยแล้วล่ะ เช็คบิลเลยละกัน 458 ขายอย่างนี้ได้ทุกวันก็ไม่ขาดทุนหรอก บุฟเฟ่ท์ 199/คน น้ำแข็งถังละ 30 น้ำขวดละ 30 น่ะ SME ตีแตกจริงๆ
January 2nd, 2012 on 3:01 am
ยังคิดไปกินนวลจันทร์อีกเหรอ เค้าไม่สนใจทำร้านอาหารแล้ว เค้าไปเลี้ยงวัวเพื่อส่งขายแฟรนไชส์ให้เปิ้ลนาคร เจ้าอื่นเค้าขึ้นห้างฯ ยกระดับพัฒนาร้านไปไกลแล้ว